ตลาดเกษตร

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา
ดู: 1570|ตอบกลับ: 0

ว่ากันว่า ปีนี้จะแล้งหนัก เพื่อนเกษตรควรทำอย่างไรกันดีครับ

[คัดลอกลิงก์]

39

กระทู้

40

โพสต์

197

เครดิต

Junior

Rank: 2

เครดิต
197

กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร การประปานครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ และผู้ว่าราชการใน 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ร่วมประชุมหาแนวทางอย่างเร่งด่วน วางมาตรการรับมือปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงหน้าแล้ง สร้างระบบจัดการน้ำประปาให้เพียงพอ...

ฤดูแล้งของประเทศไทยกำลังใกล้เข้าทุกขณะ ภัยแล้งถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาในการจัดการน้ำ เพื่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และการประกอบอาชีพ เนื่องมาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศทำเกษตรกรรมในพื้นที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ เกิดขึ้นควบคู่กับปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง จนล่วงล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่น้ำจืดที่ใช้ทำการเกษตรกรรม

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ ถึงมาตรการรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ที่คาดว่ามีความรุนแรงมากกว่าปี 2553 ว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทาน กรมฝนหลวง และการบินเกษตร การประปานครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้ว่าราชการใน 22 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยาประชุมร่วมกันหาแนวทางอย่างเร่งด่วนวางมาตรการรับมือปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม

ทั้งนี้ มาตรการแก้ไข คือ การเร่งปล่อยน้ำจากเขื่อนใหญ่ เพื่อเจือจางความเค็ม แต่กังวลว่าปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพล ร้อยละ 47 เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำร้อยละ 53 ที่ต้องประคับประคองไปให้ถึงฤดูฝนเริ่มเดือนมิถุนายน มีความกัวลว่าปล่อยมากไปน้ำในเขื่อนเหลือน้อย เป็นเวลานาน ทำให้เขื่อนพัง หรือแตกร้าวได้ต้องเฝ้าจับตาด้วย ซึ่งเหลือปริมาณน้ำล่าสุด ที่ใช้การได้เพียง 1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับประชาชนในจังหวัดภาคกลางตอนล่างที่ต้องใช้น้ำ 10 กว่าครัวเรือน ในระยะเวลา 3 ถึง 4 เดือนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง

"หน้าแล้งนี้คาดว่ากินเวลายาวนาน ซึ่งเข้าสู่ปรากฏการณ์แอลนิโญ่ คือเกิดภาวะฝนทิ้ง และเป็นช่วงอันตรายมากที่น้ำเค็มลุกล้ำเข้ามาลึกขึ้น ขณะนี้วัดที่ท่าน้ำชลประทานสามเสน 5.45 กรัมเกลือต่อลิตร ที่ท่าน้ำนนท์ 4.45 กรัมเกลือ รวมถึงความเค็มแช่อยู่ในลำน้ำนานขึ้น จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนที่ใช้น้ำการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งอันตรายต่อการเกษตร เพราะความเค็มซึมเข้าดินมาก มีผลต่อพื้นที่ลุ่มภาคกลาง จะปลูกข้าวไม่ได้เลย หากปลูกก็จะไม่โต และข้าวไม่ออกรวง ซึ่งน่าห่วงข้าวนาปีในฤดูกาลนี้ได้รับผลกระทบ โดยตรงชาวนาต้องงดทำทั้งนาปีและนาปรัง เพราะน้ำไม่มีให้กับกิจกรรมด้านการเกษตร ต้องกักไว้เพื่ออุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ทั้งนี้ ได้เตรียมขออนุมัติงบจาก ครม.จำนวน 45 ล้านบาท ช่วยชาวนาหันไปปลูกพืชอายุสั้นทดแทนการทำนา" นายยุคล กล่าว

เนื่องจากปริมาณน้ำที่ปล่อยระบายจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติส์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ วันละ 60 ล้านลูกบากศ์เมตร แต่ได้ถูกเกษตรกรปลูกข้าวนาปรังรอบแรกต่อเนื่องรอบสองกว่า 8.9 ล้านไร่ ดักสูบน้ำไปเลี้ยงต้นข้าว ก่อนจะเหลือปริมาณน้ำมาถึงข้างล่างไม่ถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ต้องเผชิญวิกฤติน้ำประปาขาดแคลนแน่นอน เป็นหน้าที่ของการประปาฯ ที่จะเตรียมวางแนวทางการผลิตประปาอย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงน้ำทะเลหนุนสูง

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมจาก นายวิสุทธิ์ นพคุณทอง รองผู้ว่าการ (ผลิตและส่งน้ำ) การประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์น้ำและคุณภาพน้ำ เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ปัจจุบัน กปน. รับน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปาจาก 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา จ.ปทุมธานี โดยน้ำจากเขื่อนแม่กลองที่ผลิตจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ส่งไปยังผู้ใช้น้ำฝั่งธนบุรีและนนทบุรี บางส่วนจะไม่ได้รับผลกระทบด้านรสชาติน้ำประปา ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์น้ำดิบในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่า ลิ่มความเค็มปีนี้ขึ้นสูงเหนือ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เลยจุดรับน้ำดิบสำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานีขึ้นไป

ส่งผลให้ กปน. ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับน้ำที่มีค่าความเค็ม หรือคลอไรด์ แม้กรมชลประทานจะกำหนดให้น้ำในลุ่มเจ้าพระยา มีไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก แต่เนื่องจากจุดรับน้ำดิบของ กปน. อยู่ท้ายสุด ผ่านการใช้น้ำจาก 22 จังหวัดภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการเพาะปลูกของประเทศ แม้กรมชลประทานจะช่วยเพิ่มการผันน้ำมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่สามารถช่วยผลักดันน้ำเค็มได้มากนัก

"ในแต่ละเดือน กปน. จะต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะช่วงขึ้น 8 ค่ำ และแรม 8 ค่ำ ซึ่งจะเป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูง และส่งผลกระทบต่อการยกตัวของน้ำเค็มเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง กปน.จะมีการปรับวิธีการบริหารจัดการน้ำใหม่ โดยหยุดการสูบน้ำดิบเข้าคลองประปา ในช่วงที่ค่าคลอไรด์สูง และรอจนกว่าลิ่มความเค็มจะลดต่ำลงจึงจะทำการสูบน้ำดิบตามปกติ และยกระดับน้ำในคลองประปาให้สูงขึ้น เพื่อสำรองน้ำดิบที่มีค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์นำมาผลิตน้ำประปาให้ได้มากที่สุด แต่หากลิ่มความเค็มไม่ลดลง กปน. จำเป็นต้องผลิตน้ำประปาที่มีค่าคลอไรด์สูง เพื่อให้ประชาชน 10 ล้านคน ไม่ขาดแคลนน้ำประปาเพื่อการอุปโภค" นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม กปน.ยังคงรักษาคุณภาพน้ำประปาตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ยกเว้นรสชาติ ที่บางช่วงเวลาในแต่ละวัน น้ำประปาอาจมีรสชาติเปลี่ยนไป ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่อาจทำให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ คอแห้ง ปากแห้ง

"ฤดูแล้งปีนี้ อาจยาวนานไปถึงเดือนมิถุนายน เป็นไปได้ว่าอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำของ กปน. แต่ผู้บริหารและพนักงานทุกคน จะช่วยกันแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ กปน.จะมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ทราบเป็นระยะๆ จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ" นายวิสุทธิ์ กล่าว.


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

กระทู้ล่าสุด
  1. 1เครื่องกวาดฟาง กวาดหญ้า TAKAKITA รุ่น HM1600 หน้ากว้าง 1.6เมตร
  2. 1ถังพ่นปุ๋ยน้ำ สะพายหลัง เครื่องยนต์เบนซิน สูบเดียว ยี่ห้อ KIORITZ รุ่น SHRE100
  3. 1ถังพ่นปุ๋ยน้ำ ระบบแบตเตอรี่ ปั๊มไฟฟ้า 12V. พร้อมแบตในตัว
  4. 1ปั๊มพ่นยา มือโยก ปั๊มตึงมือ ถังแตก ขายเป็นอะไหล่
  5. 1ถังพ่นปุ๋ยน้ำ ระบบแบตเตอรี่ ปั๊มไฟฟ้า 12V. พร้อมแบตในตัว
  6. 1ถังพ่นปุ๋ยน้ำสะพายหลัง ROBIN 4stoke 4จังหวะ รุ่นใหม่ ถังใหญ่ สภาพสวย เครื่องดี ปั๊มแรง
  7. 1พลาสติกวิศวกรรม, Engineering Plastic, เม็ดพลาสติก วิศวกรรม, Engineering Plastic Resin
  8. 1ถังพ่นปุ๋ยน้ำสะพายหลัง มือโยก ปั๊มตึงมือ ถังใหญ่ ของญี่ปุ่น
  9. 1Potash Alum, Potassium Alum, Aluminium Potassium Sulphate
  10. 5ถังพ่นปุ๋ยน้ำสะพายหลัง มือโยก ปั๊มตึงมือ ถังใหญ่ ของญี่ปุ่น

www.farmthailand.com

GMT+7, 2019-12-13 17:25 , Processed in 0.064405 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.1 R20140101, Rev.29

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้