Home / ตลาดเกษตรกรรม / ความแตกต่างของตลาดเกษตรกรรม

ความแตกต่างของตลาดเกษตรกรรม

ความแตกต่างของตลาดเกษตรกรรม

ภาพตลาดเกษตรกรรม_farmthaialnd

ภาพตลาดเกษตรกรรม_farmthailand

 บทความก่อนหน้านี้ เรื่องตลาดเกษตรกรรมไทยในทุกๆวันนี้ เราได้รู้แล้วว่าตลาดเกษตรกรรมนั้นเป็นอย่างไร
วันนี้เรามาดูความแตกต่างกันบ้างนะครับว่าตลาดเกษตรในบ้านเรา โดยเปรียบเทียบในประเทศไทยและเปรียบเทียบประเทศไทยกับต่างประเทศว่าจะมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เรามาดูความแตกต่างของบ้านเราก่อนนะ

                -ตลาดเกษตรกรรมในต่างจังหวัดนั้นเนื่องจากว่าผลผลิตทางการเกษตรมีจำนวนมาก ในแต่ละวันจึงมีสถานีขนถ่ายสินค้าเกษตรเกิดขึ้นแทบทุกจังหวัด เพราะผลผลิตที่แตกต่างกันจึงต้องมีการหมุนเวียนนำเข้าส่งออก ในสถานที่เดียวกัน อาจจะไม่คึกคักเท่าในส่วนกลางหรือในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเนื่องจากเป็นการนำสินค้าทางการเกษตรเข้ามาอย่างเดียวเพื่อกระจายต่อไปจังหวัดอื่นๆ

            -ตลาดเกษตรกรรมในกรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเช่นตลาดไท หรือตลาดสี่มุมเมืองจะเป็นตลาดเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศหรืออันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ แต่ละวันสินค้าเข้ามามากมาย การซื้อขายทำให้เกิดเงินสะพัดแต่ละวันหลาล้านบาท ทั้งๆที่ไม่ได้มีสินค้าที่ผลิตในพื้นที่เลย การจัดการเป็นรายได้หลักหากท่านเดินทางผ่านไปทางรังสิตจะเห็นคึกคักมายามเที่ยงคืนจนถึงรุ่งเช้าสินค้าเกษตรส่วนใหญ่มาจากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกฉียงเหนือ

                -ตลาดเกษตรกรรมในต่างประเทศ เราจะเห็นที่ประเทศจีน จะมีจุดที่สินค้าไทยที่ส่งออกจะมีพ่อค้าแม่ค้ามากมายรับซื้อ จีนถือว่าเป็นตลาดเกษตรกรรมส่งออกหลักของไทย ไม่แพ้ตลาดแถบยุโรปเป็นตลาดขนาดใหญ่ หากเราจะผลิตสินค้าส่งออกตลาดนอกเราทำอย่างไรได้บ้าง อาจจะติดต่อเข้าไปรับคำปรึกษากับเกษตรอำเภอก็ได้นะครับ เพราะเขามีความรู้ด้านนี้เป็นอย่างดี หรือไม่ก็ติดต่อกับบริษัทคู่ค้าที่เป็นคนส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อที่จะรับผลิตสินค้าให้กับเขา และอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ท่านต้องทำตามขึ้นตอนที่เค้ากำหนดตั้งแต่ต้นจบเนื่องจากผลผลิตต้องได้มาตรฐานที่สูงมากๆและปลอดจากสารพิษ การใช้สารเคมีต้องอยู่ภายใต้การควบคุมจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท และมีความเสี่ยงหากท่านไม่ทำตามขึ้นตอนแต่หากท่านทำทุกอย่างถูกต้องท่านจะได้ราคาของผลผลิตนั้นๆในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดในประเทศมากหลายเท่าตัว

ภาพตลาดเกษตรกรรม_farmthaialnd

ภาพตลาดเกษตรกรรม_farmthailand

หากว่าเราเป็นเกษตรกร เราจะเข้าไปขายสินค้าได้อย่างไร หลายคนอาจจะยังไม่รู้ หรือไม่กล้าเพราะว่าเป็นครั้งแรกแนวทางที่ดีที่สุดคือเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลตลาดเพื่อขอข้อมูลเพราะใช่ว่ามีสินค้าแล้วจะเข้าไปขายได้เลย ต้องมีการเช่าพื้นที่เพื่อรับส่งสินค้าด้วยเช่นกันเพื่อความเป็นระเบียบและง่ายในการจัดการนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นตลาดเกษตรในต่างจังหวัดหรือส่วนกลางก็ตามแต่ หรือไม่เช่นนั้นท่านอาจจะติดต่อขายผ่านแม้ค้าพ่อค้าคนกลางอย่างเดียวก็ได้ในเบื้องต้นแล้วค่อยเป็นคู่ค้าโดยตรงในโอกาสต่อไป

Comments

comments

ความแตกต่างของตลาดเกษตรกรรม  บทความก่อนหน้านี้ เรื่องตลาดเกษตรกรรมไทยในทุกๆวันนี้ เราได้รู้แล้วว่าตลาดเกษตรกรรมนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เรามาดูความแตกต่างกันบ้างนะครับว่าตลาดเกษตรในบ้านเรา โดยเปรียบเทียบในประเทศไทยและเปรียบเทียบประเทศไทยกับต่างประเทศว่าจะมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เรามาดูความแตกต่างของบ้านเราก่อนนะ                 -ตลาดเกษตรกรรมในต่างจังหวัดนั้นเนื่องจากว่าผลผลิตทางการเกษตรมีจำนวนมาก ในแต่ละวันจึงมีสถานีขนถ่ายสินค้าเกษตรเกิดขึ้นแทบทุกจังหวัด เพราะผลผลิตที่แตกต่างกันจึงต้องมีการหมุนเวียนนำเข้าส่งออก ในสถานที่เดียวกัน อาจจะไม่คึกคักเท่าในส่วนกลางหรือในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเนื่องจากเป็นการนำสินค้าทางการเกษตรเข้ามาอย่างเดียวเพื่อกระจายต่อไปจังหวัดอื่นๆ             -ตลาดเกษตรกรรมในกรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเช่นตลาดไท หรือตลาดสี่มุมเมืองจะเป็นตลาดเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศหรืออันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ แต่ละวันสินค้าเข้ามามากมาย การซื้อขายทำให้เกิดเงินสะพัดแต่ละวันหลาล้านบาท ทั้งๆที่ไม่ได้มีสินค้าที่ผลิตในพื้นที่เลย การจัดการเป็นรายได้หลักหากท่านเดินทางผ่านไปทางรังสิตจะเห็นคึกคักมายามเที่ยงคืนจนถึงรุ่งเช้าสินค้าเกษตรส่วนใหญ่มาจากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกฉียงเหนือ                 -ตลาดเกษตรกรรมในต่างประเทศ เราจะเห็นที่ประเทศจีน จะมีจุดที่สินค้าไทยที่ส่งออกจะมีพ่อค้าแม่ค้ามากมายรับซื้อ จีนถือว่าเป็นตลาดเกษตรกรรมส่งออกหลักของไทย ไม่แพ้ตลาดแถบยุโรปเป็นตลาดขนาดใหญ่ หากเราจะผลิตสินค้าส่งออกตลาดนอกเราทำอย่างไรได้บ้าง อาจจะติดต่อเข้าไปรับคำปรึกษากับเกษตรอำเภอก็ได้นะครับ เพราะเขามีความรู้ด้านนี้เป็นอย่างดี หรือไม่ก็ติดต่อกับบริษัทคู่ค้าที่เป็นคนส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อที่จะรับผลิตสินค้าให้กับเขา และอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ท่านต้องทำตามขึ้นตอนที่เค้ากำหนดตั้งแต่ต้นจบเนื่องจากผลผลิตต้องได้มาตรฐานที่สูงมากๆและปลอดจากสารพิษ การใช้สารเคมีต้องอยู่ภายใต้การควบคุมจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท และมีความเสี่ยงหากท่านไม่ทำตามขึ้นตอนแต่หากท่านทำทุกอย่างถูกต้องท่านจะได้ราคาของผลผลิตนั้นๆในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดในประเทศมากหลายเท่าตัว หากว่าเราเป็นเกษตรกร เราจะเข้าไปขายสินค้าได้อย่างไร หลายคนอาจจะยังไม่รู้ หรือไม่กล้าเพราะว่าเป็นครั้งแรกแนวทางที่ดีที่สุดคือเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลตลาดเพื่อขอข้อมูลเพราะใช่ว่ามีสินค้าแล้วจะเข้าไปขายได้เลย ต้องมีการเช่าพื้นที่เพื่อรับส่งสินค้าด้วยเช่นกันเพื่อความเป็นระเบียบและง่ายในการจัดการนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นตลาดเกษตรในต่างจังหวัดหรือส่วนกลางก็ตามแต่ หรือไม่เช่นนั้นท่านอาจจะติดต่อขายผ่านแม้ค้าพ่อค้าคนกลางอย่างเดียวก็ได้ในเบื้องต้นแล้วค่อยเป็นคู่ค้าโดยตรงในโอกาสต่อไป

Review Overview

User Rating: 4.75 ( 1 votes)
0

About Harubiji Pee

" วิศวกร จันทร์ ถึง ศุกร์ วันหยุด เป็นเกษตรกร "

Leave a Reply


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง